การตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจโรงแรมต้อนรับการเปิดประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โควิด 19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมที่หลายแห่งต้องลดขนาดธุรกิจ หรือแม้แต่หยุดให้บริการชั่วคราวตามมาตรการต่าง ๆ เราในฐานะผู้ทำการตลาดออนไลน์ให้โรงแรมทุกระดับตั้งแต่ Inter Chain ที่คุ้นหู ไปจนถึง private hotel ระดับ 3-5 ดาว ไม่ว่าคุณจะเป็นโรงแรมแบบไหน ช่วงสองปีที่ผ่านมาก็นับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เป็นอย่างดี 

ในปัจจุบันด้วยสถานการณ์ที่เริ่มผ่อนคลายขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่โครงการ Sandbox โครงการ Test & Go และล่าสุดกับการยกเลิกผลตรวจโครงการ Test & Go เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบอย่างคึกคักอีกครั้ง หลายโรงแรมที่เคยหยุดกิจการหรือระงับการทำการตลาดออนไลน์ชั่วคราวก็ต่างกลับมาเดินเครื่องเร่งหาลูกค้า แต่คำถามสำคัญที่ผู้บริหารมักจะพบคือคุณพร้อมแค่ไหนในการกลับมาเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลังจากที่ไม่ได้ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบมากกว่าสองปี? มาถึงวันนี้รูปแบบในการทำการตลาดของคุณยังเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่ทุกคนใช้ได้ผลในสองปีก่อน ในปัจจุบันก็มีทั้งโฆษณารูปแบบใหม่ ๆ แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไป ฯลฯ ให้คุณขบคิดเพิ่มขึ้น

การมีกลยุทธ์การตลาดออนไลน์สำหรับโรงแรมที่ชัดเจน และการกล้าลงทุนอย่างเหมาะสม มี data และผลตอบแทนที่คาดหวังได้เป็นเกณฑ์จะเป็นตัวช่วยให้โรงแรมสามารถกลับเข้าสู่ตลาดการแข่งขันได้รวดเร็วและได้เปรียบกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมคู่แข่งหรือแม้แต่ OTA อย่าง Booking.com หรือ Expedia 

เมื่อสถานการณ์บังคับให้คุณชนะเกมการตลาดออนไลน์โรงแรมที่แข่งขันสูง (มาก) คุณรู้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร?

การทำการตลาดออนไลน์ให้โรงแรมนั้นสามารถทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เจาะจงให้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้นหากทำอย่างมีหลักการและมีการวางแผนเก็บข้อมูลอย่างละเอียดแต่แรก ผลสำรวจจากโครงการ Thailand Digital Outlook ปี 2564 พบว่าคนไทยกว่า 85.1% ใช้งานอินเทอร์เน็ต และใช้เวลานานถึง 6 – 10 ชั่วโมง จากตัวเลขนี้จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันคนใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์ไปแล้วเกือบครึ่งวัน ดังนั้นการย้ายธุรกิจของตัวเองขึ้นไปทำการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ “ด้วยตัวเอง” โดยไม่ง้อ booking จาก OTAs จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะหากคุณปล่อยให้ OTAs ขายโรงแรมคุณจนเคยชิน การจะเพิ่ม % Direct booking นั้นอาจแทบเป็นไปไม่ได้เลยหากคุณไม่มีความพร้อมเพียงพอทั้งด้านบุคลากรที่มีความสามารถ การลงทุน ฯลฯ 

เครื่องมือการตลาดออนไลน์โรงแรมหลัก ๆ ที่ควรเลือกมาต้อนรับการเปิดประเทศ

ในเมื่อทุกโรงแรมมีเครื่องมือเท่ากัน สิ่งสำคัญที่สุดจึงเป็นการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมอย่างทันท่วงที เราเชื่อว่าคุณคงใช้เครื่องมีเหล่านี้อยู่แล้ว แต่การใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น น้อยโรงแรมที่จะทำได้ ดังนั้นเราจะมีมาตรฐานให้คุณลองนำไปใช้ดูครับ

Social Media

การสร้างแบรนด์และคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย จะช่วยให้โรงแรมเป็นที่รู้จักได้เยอะขึ้นและง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำคอนเทนต์ที่มีลักษณะเฉพาะ มีความแตกต่างและเฉพาะตัว จะทำให้แบรนด์ของโรงแรมมีความน่าติดตามมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการทำคอนเทนต์ที่เป็นภาพนิ่งแล้ว การทำวิดีโอจะทำให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และยังสามารถถ่ายทอดบรรยากาศรอบ ๆ สถานที่ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น นี่จะเป็นสิ่งที่จะช่วยประกอบการตัดสินใจของลูกค้าที่จะมาเข้าพักได้เป็นอย่างดี

นอกจากการใช้โซเซียลมีเดียเป็นช่องทางการโปรโมตที่พักและโปรโมชันแล้ว การเพิ่มช่องทางการรับ booking ผ่านโซเซียลมีเดีย โดยเฉพาะโรงแรมที่มีความสวยงามหรือ boutique hotel ต่าง ๆ ที่ถ่ายรูปสวยจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ 

นอกเหนือจากการลงโพสต์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอแล้ว เราขอเน้นย้ำกว่าการยิง Ads ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แล้วในยุคนี้ เพราะ Facebook, Instagram และช่องทางอื่น ๆ ล้วนแต่มี content เพิ่มมากขึ้นทุกวัน การโฆษณาที่เพิ่มมากขึ้นตามจำนวนผู้เล่นทำให้ทุกคนแย่งพื้นที่การโฆษณาจึงทำให้ Ads แพงขึ้นอย่างชัดเจน การเลือก Targeted Audiences ถือว่าสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าเรารู้จักลูกค้าเรามากแค่ไหน และเราสามารถเสิร์ฟในสิ่งที่ลูกค้าเราต้องการได้ตรงใจหรือไม่ และผลลัพธ์เป็นไปตามที่เราคาดหวังในการทำแคมเปญ คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ทั้งหมดนี้เราแนะนำว่าคุณควรวางระบบให้วัดผลได้ถึง ROI และจำนวนยอดจอง ซึ่งหลายโรงแรมล้วนทำเช่นนี้เพื่อจะวัดประสิทธิภาพของ Ads แต่ละแคมเปญที่รันโดยใช้ Facebook Pixel ร่วมกับเครื่องมืออย่าง Google Analytics, Adobe Omniture ฯลฯ 

สำหรับโรงแรมไหนที่ไม่สามารถทำ tracking ได้ถึงขั้นนี้ เราก็แนะนำให้ใช้ Ads ประเภท Message ซึ่งสามารถนับจำนวนลูกค้าที่ทัก Inbox เข้ามาสอบถามต่อเดือน และวัดจากความถูกหรือแพงของ cost/message เพื่อวัดประสิทธิภาพของ Ads ไปในตัวแทน

การตลาดออนไลน์ด้วย Google My Business

SEO (Search Engine Optimization)

จะดีแค่ไหนถ้าลูกค้าของคุณเข้า Google แล้วพิมพ์คำค้นหากว้าง ๆ อย่าง “โรงแรม 5 ดาวพัทยา” แล้วเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ นั่นหมายความว่าคุณจะได้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่มีความสนใจซื้อจำนวนมากมาแบบไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณา แถมเจอโรงแรมคุณโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปค้นหาจาก OTAs ให้ทางโรงแรมต้องเสียค่าคอมมิชชันแพง ๆ อีกด้วย

สำหรับโรงแรมที่ไม่เคยทำ SEO มาก่อน การทำ SEO เริ่มต้นง่าย ๆ ที่การทำ Keyword Research สำหรับตลาดในพื้นที่ของคุณ จากนั้นนำมาปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีคำเหล่านั้นมากขึ้น นำมาเขียนเป็นบทความ มีการทำ SEO-Optimization รวมไปจนถึงการปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะสมและโหลดได้ไวบนมือถือ สิ่งที่สำคัญการทำ SEO จะต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ เพราะผลลัพธ์จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 1 เดือน อาจจะต้องใช้เวลาเป็นหลักปีถึงจะเห็นผลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เราต้องการนั้นอาศัยความสม่ำเสมอในการเขียนบทความที่น่าสนใจโดยอิงหลักการทำ SEO ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาวเราเข้าใจดีว่าไม่ใช่ทุกโรงแรมจะอนุมัติงบส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตามหากคุณไม่เริ่มทำก็จะไม่สามารถเพิ่ม % Direct Booking ให้โรงแรมได้อย่างมีนัยยะสำคัญเนื่องจากไม่มีใครหาเว็บไซต์คุณเจอจากคำค้นหาสำคัญ ๆ นั่นเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในหมวดการทำ SEO โรงแรมก็คือการทำ Local SEO ที่จะทำให้เว็บไซต์โรงแรมติดอยู่หน้าหนึ่งของ Google โดยที่นำ Longtail Keywords มาใช้ พร้อมเพิ่มคำพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่ตั้งของโรงแรม เช่น “โรงแรมภูเก็ต หาดกะรน” เราต้องมีการเพิ่มคำเหล่านี้ในเว็บไซต์ของเราเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลงและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ในส่วนข้อมูลบน Google My Business / Google Maps นี้ก็สำคัญเช่นกันว่าข้อมูลต้องอัปเดตอย่างถูกต้องและครบถ้วน Google Map ควรปักหมุดสถานที่อย่างถูกต้อง และยิ่งถ้ามีรีวิวคะแนนดี ๆ จากลูกค้า ก็ส่งผลต่อแสดงผลลำดับดี ๆ บนหน้า Google ได้อีกด้วย เมื่อคุณลองไปไล่ดูทุกช่องทางตั้งแต่เว็บไซต์, social media, Google maps, etc. คุณอาจประหลาดใจว่า hotel address และเบอร์ติดต่ออาจไม่เหมือนกันสักช่องทางเพราะเคยทำไว้นานแล้ว สิ่งเหล่านี้ควรเหมือนกันทุกตัวอักษรเพื่อให้คนค้นหาคุณได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างผลงาน Hotel SEO

Paid Ads

หรือการโฆษณาออนไลน์แบบซื้อมา เช่นการลงโฆษณากับ Google เป็นการทำโฆษณาออนไลน์ทำให้โรงแรมสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังค้นหาโรงแรมอยู่ในขณะนั้น ทำให้เราไม่พลาดที่จะนำเว็บไซต์ขึ้นโชว์ในตำแหน่ง #1-4 ตอนที่ลูกค้าค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เช่น “โรงแรม 5 ดาวกระบี่” “ร้านอาหารเชียงใหม่” ฯลฯ ที่เราทำการเลือกไว้ หรือการทำ Ads รูปแบบอื่นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TripAdvisor, Expedia ฯลฯ ที่ต้องจ่ายเงินโฆษณา

การทำ Paid Ads ในธุรกิจโรงแรม ต้องบอกเลยว่าอาจจะต้องใช้เงินค่าโฆษณาค่อนข้างสูงเพราะต้องทำการแข่งขันกับเหล่า OTAs เจ้าใหญ่ที่ก็ทำการตลาดออนไลน์ด้วยงบที่มากกว่า รวมถึงต้องจับกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากหลายประเทศ ซึ่งขนาดประเทศอย่าง US ก็เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ดังนั้นเราจะต้องประเมินค่าโฆษณาให้เหมาะสมและขึ้นอยู่กับ Strategy ของแต่ละโรงแรมว่าจะลงทุนเท่าใด มี ROI กี่เท่า โดยมากแล้วโรงแรมที่เล็กมาก ๆ และมีงบน้อยจะใช้งบประมาณตั้งแต่เดือนละ 15,000 บาทขึ้นไปเป็นค่าโฆษณา ส่วนโรงใหญ่ ๆ อาจแตะหลักหลายหมื่นหรือแสนต้น ๆ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าในหลายประเทศ ในหลายเมืองที่ให้กำไรดีที่สุด ซึ่งการที่โรงแรมยอมลงทุนได้มากเนื่องจากมีการทำ tracking ไว้ดีแล้วจนสามารถเห็นได้ว่ามียอดจองเข้ามาเป็นจำนวนกี่บาทนั่นเอง การติดตั้ง conversion tracking จึงเป็นเรื่องสำคัญมากก่อนที่คุณจะทำโฆษณาก้อนใหญ่

Paid Ads Case Study

รีวิวจาก KOL / Influencer

การมี KOL ที่มีผู้ติดตามเหนียวแน่น มีการสร้างคอนเทนต์ที่ดีจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ถ่ายทอดประสบการณ์การเข้าพักที่โรงแรมของคุณได้อย่างสวยงาม ซึ่งรีวิวส่วนใหญ่จะเป็นการรีวิวบนโซเซียลมีเดียต่าง ๆ การเล่าเรื่องจากบุคคลเหล่านี้สามารถสร้างแรงจูงใจในการเข้าพักและช่วยสร้างกระแสให้โรงแรมเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย ในตลาดคนไทยต้องยอมรับว่าวิธีนี้ค่อนข้างที่จะได้ผลดี แต่อาจจะมีข้อที่ต้องระวัง นั่นก็คือ ต้องทำการรีวิวอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาถึงจะได้ผลดีระยะยาว มิฉะนั้นอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย รวมถึงไลฟ์สไตล์การนำเสนอของ KOL ต้องเหมาะกับโรงแรมของเราด้วยเช่นกัน เพราะจะส่งผลถึงภาพลักษณ์ของโรงแรมที่สร้างมาด้วย การเลือก KOL ให้ได้ผลนั้นจำเป็นต้องใช้ KOL ที่เป็นที่รู้จักในวงการ หรือมีผู้ติดตามจำนวนมากเช่นหลักหลายแสนคนจึงจะได้ผลดี หากใช้ KOL ที่ผู้ติดตามน้อย เช่นต่ำกว่า 10,000 follower มักจะไม่เกิดผลที่มีนัยยะสำคัญ และนอกจากนี้ยังควรทำอย่างต่อเนื่องหลายเดือนติดต่อกัน ปนกันไปทั้ง KOL ที่มีผู้ติดตามเยอะและปานกลาง ไม่ใช่ทำเพียงแค่เดือนเดียวและคาดหวังผลลัพธ์ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นในแง่ของยอดขาย

การตลาดออนไลน์ด้วย KOL

ให้เราช่วยสนับสนุนกลยุทธ์และการดำเนินการด้านการตลาดดิจิทัลของโรงแรมของคุณ

ไม่ว่าคุณจะกำลังการทำการตลาดออนไลน์โรงแรมเพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ที่มากขึ้นอย่างไร เราเชื่อได้ว่าจุดประสงค์หลัก ๆ ก็คือการสร้างรายได้ให้กับโรงแรมอย่างยั่งยืนและเพิ่มจำนวน Direct Booking % เพื่อลดค่าคอมมิชชันที่ต้องจ่ายลง 

การตลาดออนไลน์โรงแรมสามารถเริ่มทำด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าคุณและทีมงานทำแล้วมีข้อกังวล ไม่สามารถวัดผลได้ชัดเจนเป็นตัวเลข ROI หรือแม้แต่จะขาดความรู้ความชำนาญในการเริ่มต้น ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Convert Digital สามารถเป็นตัวช่วยให้กับโรงแรมของคุณได้ด้วยบริการด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น SEO โซเซียลมีเดีย การซื้อโฆษณาออนไลน์ งานครีเอทีฟที่เป็นภาพและวิดีโอ การสร้างแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีผลงานการเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจให้กับโรงแรมตั้งแต่ 3 ดาว ไปจนถึง 5 ดาว luxury ที่เป็นโรงแรม chain ทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าเราจะมีประสบการณ์และความชำนาญมากเพียงพอในการสร้างรายได้ผ่านการตลาดออนไลน์โรงแรมให้คุณได้เป็นอย่างดี

ชมผลงานโรงแรมของเราที่ : convertdigital.co.th/th/bangkok-digital-marketing-agency-project

ติดต่อเรา
Rawin Rojanathara
(Managing Director)

A digital marketing veteran with over 10 years of comprehensive experience across SEO, performance marketing, content creation and business strategy. With an MBA, Design and Hospitality background, Rawin combines business acumen and aesthetic sensibility for maximum results. Away from the office, he can be found perfecting his table tennis skills or indulging his passion for food and travel exploration.

Get Quote Form TH (#6)