เพิ่มโอกาสในการขายได้ง่าย ๆ เพียงสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง

การสร้างเว็บไซต์ของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้อีกต่อไปว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่คิดทำธุรกิจและแข่งขันให้ได้อย่างยั่งยืนในยุคปัจจุบัน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา วิกฤตโควิดทำให้หน้าร้านค้าต่าง ๆ ต้องทยอยปิดตัวลงไปเพราะคนไม่ออกจากบ้าน ผู้ประกอบการหลายรายต้องจมทุนกับการแบกรับภาระค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน แต่รายได้หดหายไปกว่าครึ่ง เหตุการณ์นี้ยิ่งเป็นการเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านช่องทางการทำธุรกิจในปัจจุบันไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจค้าขายหรือบริการ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากโลกออฟไลน์ มาเป็นโลกออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นหากในปัจจุบันคุณไม่มีเว็บไซต์ที่ได้มาตรฐาน หน้าตาสวยงามใช้งานง่ายและสามารถสร้างรายได้ให้คุณได้จริง ธุรกิจของคุณก็เสียโอกาสอย่างยิ่งในการแข่งขันที่มีแต่จะเข้มข้นขึ้นในปัจจุบัน

จากรายงาน Digital Stat 2022 พบว่าคนไทยซื้อของออนไลน์บ่อยเป็นอันดับที่ 1 ของโลก คนไทยอย่างเราซื้อของกินของใช้ผ่านทางออนไลน์มากที่สุดในโลกและใช้เงินเฉลี่ยในการซื้อของออนไลน์มากถึง 17,000 บาท/คน/ปี ทำให้พ่อค้า แม่ค้า และเจ้าของธุรกิจหลาย ๆ เริ่มมองหาโอกาสและช่องทางในการเพิ่มยอดขายผ่านทางออนไลน์ เช่น การใช้โซเซียลมีเดียต่าง ๆ หรือการนำสินค้าของตัวเองไปขายผ่านแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee Lazada ฯลฯ แต่อาจจะลืมนึกถึงการสร้างเว็บไซต์ของแบรนด์เองซึ่งไม่ต้องเสียค่า GP แพง ๆ และไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการดัน Traffic ช่วง double date เพื่อให้ได้อยู่ในลิสต์ flash sale บนแพลตฟอร์มเจ้าดัง ดังนั้นเว็บไซต์ที่คุณจัดการเองได้ทั้งหมดจะเป็นอีกช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตและมีรายได้มากขึ้นในระยะยาว 

ทำไมธุรกิจควรสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง?

ในยุคที่ทุกคนเสพสื่อ ค้นคว้าข้อมูล จับจ่ายใช้สอยผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน การมีเว็บไซต์ที่ดี มีช่องทางออนไลน์ที่ครบถ้วน ข้อมูลถูกต้องเป็นระเบียบ มีการจัดการอย่างมืออาชีพก็คือการมีหน้าร้านที่น่าเชื่อถือ จับต้องได้ในยุคนี้ หลายครั้งการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ที่แข็งแกร่งนั้นมีค่ามากกว่าการมีหน้าร้านในโลกจริง ดังที่คุณอาจจะเห็นกันดีอยู่แล้วจากความสำเร็จของหลายแบรนด์ที่ไม่มีแม้แต่หน้าร้าน

เรามาดูกันว่าเหตุผลหลัก ๆ ที่ธุรกิจต้องการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองนั้นมีอะไรกันบ้าง

1. อยากเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าและแบรนด์

การสร้างเว็บไซต์ที่เป็นชื่อธุรกิจของตัวเองจะทำให้แบรนด์ดูมีความเป็นมืออาชีพและดูน่าเชื่อถือในยุคปัจจุบัน หากคุณไม่มีเว็บไซต์แม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ก็จะถูกมองว่าล้าหลังหรือเข้าถึงได้ยาก ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการหาข้อมูลของผู้บริโภคในปัจจุบัน ทุกคนรู้ว่าการทำเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างจริงจังนั้นเปรียบได้กับการลงทุนสร้างหน้าร้านอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและมีระบบ มีผู้ดูแลร้านออนไลน์เช่นกัน หากเว็บไซต์ของคุณดูดีเป็นหน้าเป็นตาให้บริษัท มีข้อมูลครบถ้วน มีฟังก์ชันใช้งานง่ายติดต่อสะดวก ลูกค้าสมัยนี้ก็ใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่คุณมีนั่นเอง

Online Shopping

2. อยากลดค่าธรรมเนียม (Commission) บนแพลตฟอร์ม E-Commerce

การมีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเองทำให้ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มอย่าง Shopee หรือ Lazada ไปได้ นั่นหมายถึงเราไม่ต้องถูกหักค่าธรรมเนียมจำนวนมหาศาลมากถึง 15-30% จากยอดขายที่เราทำได้ ซึ่งในอนาคต ค่าธรรมเนียมนี้อาจจะมีการเพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบันก็เป็นได้เพราะว่าแบรนด์ของเราไม่ใช่เจ้าของแฟลตฟอร์ม และเราจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่อาจไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจเราก็เป็นได้

หากเรายังพึ่งพาแพลตฟอร์มเหล่านี้เพียงอย่างเดียวเป็น 100% ของรายได้ธุรกิจ เราจะไม่มีทางเลือกนอกเสียจากต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นหากเจ้าของธุรกิจตระหนักในข้อนี้ก็มักจะสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราค่อย ๆ สะสมฐานลูกค้าทีละนิด พัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยที่เราจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมชื่อเว็บปีละหลักร้อยหลักพันเพียงเท่านั้น หลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการทำเช่นนี้ก็สามารถลดค่าคอมมิชชันลงและเพิ่มกำไรมากขึ้น บางเจ้าถึงกับไม่ร่วมงานกับมาร์เกตเพลสชื่อดังไปเลยเพราะว่าเพียงแค่สร้างเว็บไซต์ตัวเองและโปรโมทผ่าน social media หรือ Google ads ก็ได้ลูกค้าเพียงพอแล้วก็มี 

3. สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ

การสร้างเว็บไซต์ของตัวเองทำให้สามารถออกแบบได้อย่างอิสระ จัดแต่งตามสไตล์ของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องการฟังก์ชันเฉพาะไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่ต้องการ walk-through แบบ 3 มิติในทุกห้อง แพลตฟอร์มตัดเสื้อออนไลน์ที่มีฟังก์ชันวัดขนาดตัว เลือกเนื้อผ้า และจำลองภาพเสื้อที่ตัดเสร็จให้เห็นเป็น 3 มิติ ฯลฯ ฟังก์ชันพิเศษเหล่านี้อาจไม่มีในแพลตฟอร์มมาร์เกตเพลสทั่วไป แต่อาจเป็นจุดขายเฉพาะที่คุณมีเพียงคนเดียวและจำเป็นต่อธุรกิจ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจหลายท่านจึงเนรมิตเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดขึ้นมาใช้

การสร้างเว็บไซต์ดีไซน์ด้วยตัวเอง
Website Data Analysis

4. เก็บข้อมูลความต้องการของลูกค้าได้

เมื่อมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เจ้าของธุรกิจสามารถติดตั้งเครื่องมือฟรีที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่ใช้งานเว็บไซต์ แล้วนำข้อมูลไปใช้เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงเลือกทำโฆษณาไปยังกลุ่มลูกค้าของตัวเองได้ เรียกได้ว่าหากไม่มีเว็บไซต์แล้ว คุณก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าลูกค้าที่ให้ความสนใจสินค้าและบริการของคุณนั้นมีอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร มีแนวโน้มชอบสินค้าใดมากกว่ากัน ฯลฯ แต่หากคุณมีเว็บไซต์และติดตั้งเครื่องมืออย่าง Google Analytics ฯลฯ คุณก็จะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน รวมถึงทราบอีกด้วยว่าการทำโฆษณาในช่องทางไหนให้ผลกำไรดีที่สุด เรียกได้ว่าหากคุณไม่มีเว็บไซต์ก็เหมือนมีหน้าร้านขายของแต่ไม่เคยได้เห็นหน้าลูกค้าสักคน

5. สร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่รวบรวมข้อมูล รีวิวต่าง ๆ ของสินค้า

การสร้างเว็บไซต์สามารถกลายเป็น portfolio ออนไลน์ของธุรกิจได้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างเน้น b2b อย่างโรงงานก็ตาม การแสดงข้อมูลสินค้าและบริการอย่างครบถ้วนและถูกต้อง มีโปรโมชันล่าสุดให้ลูกค้าติดตาม รวมทั้งการรีวิวสินค้า ความคิดเห็นจากลูกค้าต่อสินค้าต่าง ๆ ได้ จะยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นไปอีก เหลือเพียงแค่รอให้เวลาผ่านไปและได้จำนวนรีวิวต่าง ๆ มากเพียงพอ ธุรกิจคุณก็จะมีความน่าเชื่อถือที่ยากจะสั่นคลอน ทำให้ลูกค้าใหม่ตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายยิ่งขึ้น

Website Product Review

ถ้าเหตุผลด้านบนนี้ตรงกับความต้องการของธุรกิจคุณ การสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ แต่เมื่อมาถึงช่วงที่จัดหาบริษัทรับทำเว็บไซต์จริง ๆ ก็จะพบว่ามีราคาอยู่หลายระดับดังนั้นเจ้าของธุรกิจที่อาจไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้อาจต้องคิดหนักว่ามาตรฐานการสร้างเว็บไซต์ที่ดีจะวัดกันอย่างไร ในจุดนี้ Convert Digital มีผู้เชี่ยวชาญช่วยให้คำปรึกษา รวมถึงกำกับดูแลการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สูงและตรงตาม Google Guideline มากที่สุดเพื่อประโยชน์ในการใช้งานระยะยาว

การสร้างเว็บไซต์ครั้งหนึ่งมีหลายขั้นตอน ซึ่งล้วนใช้เงินลงทุนและเวลาพอสมควรเพื่อสร้างเว็บไซต์ที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจและคำนึงถึงผู้ใช้งาน 

ปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การสร้างเว็บไซต์เป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมากโดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ ในบทความนี้เราจึงนำแพลตฟอร์มสร้างเว็บยอดนิยม 2 แพลตฟอร์มคือ WordPress และ Wix มานำเสนอ รวมทั้งบอกข้อดีข้อเสียให้คุณอย่างละเอียดเพื่อพิจารณานำไปใช้งานครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเลือกแบบไหนล้วนขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณว่าอยากให้เว็บไซต์ทำอะไรได้บ้าง มีความซับซ้อนมากขนาดไหน เช่น อยากให้เป็นแค่เว็บไซต์ให้ข้อมูลเป็นหน้าเป็นตาบริษัท หรืออยากแปลงโฉมเว็บไซต์ให้เป็น E-Commerce แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขายเน้นในการทำกำไร ฯลฯ  

แนะนำแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่นิยม

สร้างเว็บไซต์ด้วย Wix.com

Wix.com เป็นแพลตฟอร์มการสร้างเว็บที่ใคร ๆ ก็ทำเองได้ มีหน้าตาสวยงามออกแนวฝรั่งเพราะกำเนิดจากฝั่งตะวันตก เป็น Website Builder ที่ไม่ต้องอาศัยความรู้การเขียนโค้ดเลย มีให้บริการทั้งแบบฟรี (มีข้อจำกัดเรื่องชื่อเว็บไซต์จะต้องติดคำว่า wix) และแบบเสียเงินซื้อ Premium Package ซึ่งจะมาพร้อมกับ hosting และ domain name ฟรีที่คุณเลือกได้ เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการความซับซ้อนมากและเว็บที่เน้นความสวยงาม ให้ข้อมูล แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการทำ e-commerce ในประเทศไทยด้วยความยากของการผูกระบบ payment gateway

ข้อดีของการสร้างเว็บไซต์ด้วย Wix

  • มีเทมเพลตเว็บไซต์ให้เลือกใช้งานมากมาย ดีไซน์สวยงาม แบ่งเป็นหมวดหมู่ธุรกิจ ใช้เป็นไอเดียเริ่มต้นได้ดี 
  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดก็สามารถใช้ได้ เพียงลากแล้ววางก็จัดหน้าเว็บและแก้ไขข้อมูลเองได้ดั่งใจ ลักษณะเหมือนทำ Power Point อยู่ 
  • มี Wix App Market ไว้ใช้เพิ่มฟีเจอร์บนเว็บไซต์ได้เอง เช่น เพิ่มช่อง Chat กับลูกค้าหรือเพิ่มช่องเขียน Blog การ link กับเพจโซเชียลต่าง ๆ ก็สามารถทำได้หลากหลาย
  • มี Website Hosting และ Domain Name รวมใน Package เมื่อซื้อ Premium Plan 
  • ตั้งค่าภาษาต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้เลยไม่ต้องมี plugin 
  • เว็บไซต์ Wix จะมีความปลอดภัยสูงมากและ update ตัวเองตลอดเวลา ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้อง update plug-in ใด ๆ เหมือนการใช้แพลตฟอร์มอื่น ๆ เรียกได้ว่าจบครบ สะดวกที่สุด
  •  

However, there are some thumbs down too:

  • มี Plug-in หรือเครื่องมือในการเชื่อมต่อกับฟังก์ชันอื่น ๆ น้อยกว่า WordPress (แต่หากเรียกว่าไม่น้อยก็ไม่ผิด เพราะครอบคลุมฟังก์ชันหลัก ๆ ทั้งหมดจนใช้ไม่หมดครับ) 
  • ไม่แนะนำเลยสำหรับเว็บไซต์ e-commerce ในประเทศไทย เพราะ Wix จะต้องเชื่อมกับ PayPal เท่านั้น (ข้อมูล ณ ปี 2022) ซึ่งบางครั้งอาจทำให้คุณต้องขายเป็นสกุลเงิน THB และถอนเงินกลับเป็น US เกิดความยุ่งยากตามมาภายหลัง นอกจากนี้ยังไม่สามารถใช้ payment gateway อื่น ๆ ได้อีกด้วยนอกจาก PayPal แต่หากคุณอยู่ที่ต่างประเทศโดยเฉพาะแถบอเมริกา ยุโรป สามารถใช้ได้และมีตัวเลือกเยอะ
  • ไม่สามารถทำการย้ายเว็บไซต์ hosting ไปที่อื่นได้ ต้องอยู่กับ Wix เนื่องจาก Wix ให้บริการในฐานะแพลตฟอร์มที่ให้เราสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาและเป็น CMS จึงจะมีค่าบริการส่วนนี้ซึ่งก็ไม่ได้แพงไปกว่าค่า Hosting ปกติของเว็บไซต์ที่เขียนจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ นับว่าเป็นข้อเสียที่ไม่ใช่ข้อเสียซะทีเดียว 
  • ระบบช่วยเหลือยังไม่มีเป็นภาษาไทย สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการคุยกับคนไทยหรือไม่ถนัดภาษาอังกฤษนัก ระบบช่วยเหลือของ Wix จะยังจำกัดอยู่ ไม่มีบริษัทและคอลเซนเตอร์ภาษาไทยรองรับ ณ ปัจจุบัน
  •  

สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress

โปรแกรม WordPress เป็นโปรแกรมสร้างและบริหารเว็บไซต์สำเร็จรูปหรือ Content Management System (CMS) ไม่ต้องใช้ความรู้เรื่องโค้ดหรือเขียนโปรแกรมมากนักเมื่อสร้างเสร็จ แต่ตอนสร้างควรใช้โปรแกรมเมอร์ที่รู้เรื่องโค้ดเนื่องจากจะต้องเขียนขึ้นมาให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะสามารถ hand over ให้เจ้าของธุรกิจจัดการข้อมูลภายหลังได้ง่าย WordPress นั้นนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีความเป็นมาตรฐาน

ข้อดีของการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress

  • มีธีมให้เลือกมากมาย ดีไซน์สวย คล้ายกับ Wix เป็นที่นิยมอันดับต้น ๆ ของโลก
  • WordPress เป็นระบบแบบเปิด มี Plug-in ให้เลือกใช้เยอะมากกว่าเนื่องจากมีผู้ใช้งานทั่วโลกจำนวนมาก
  • เหมาะกับการทำเว็บ e-commerce ในไทย เนื่องจากมี plug-in WooCommerce ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อใช้ทำเว็บไซต์สำหรับ e-commerce โดยตรง นิยมใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน สามารถรองรับสินค้าได้หลายพันหลายหมื่นชิ้นได้อย่างสบายหากสร้างเว็บไซต์อย่างถูกต้อง
  • มีตัวช่วยในการทำ SEO โดยใช้ plugin Yoast SEO ฯลฯ 
  • เป็นที่นิยมสำหรับลูกค้าที่ต้องการฟังก์ชันที่ Custom พิเศษแบบที่ต้องเขียนโค้ดขึ้นมา สามารถเชื่อมกับ platform อื่น ๆ ได้ง่าย

ข้อเสียของการสร้างเว็บไซต์ด้วย Wix

  • ระบบมีความซับซ้อนกว่า Wix และอาจจะต้องพึ่ง developer ในการปรับปรุงแก้ไขเพราะบางจุดอาจซับซ้อน ต้องเขียนโค้ดเพื่อการปรับแต่ง ระบบต่าง ๆ ต้องอาศัยความเคยชินในการทำงานหลังบ้านมากกว่า
  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องการใช้ plugin บางตัวที่อยู่บนระบบ 
  • ต้องอัปเดต Plug-in ต่าง ๆ อยู่เสมอด้วยตัวเอง หรือผ่าน Webmaster ที่มีประสบการณ์ในการจัดการเว็บไซต์ หากไม่ update นาน ๆ จะทำให้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาจถูก hack ได้ จึงควรมีคนที่มีความรู้ดูแล
  • หากออกแบบไม่ดี จะแก้ไขยากมากและไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้เนื่องจากการแก้ไขโค้ดต้องพึ่ง developer หลาย ๆ บริษัทที่ใช้ developer ที่ไม่ได้มาตรฐานจะแก้กันไม่จบ ยืดเยื้อเป็นปี ๆ โดยไม่มีทางออก

ถ้าให้เราสรุปสั้น ๆ เราจะแนะนำว่าหากคุณต้องการสร้างเว็บที่ไม่ใช่ e-commerce เน้นความสวยงามและฟังก์ชันมาตรฐานครบครันก็สามารถใช้ Wix ได้ แต่ถ้าต้องการเว็บไซต์ที่มีการปรับแต่งเยอะ เป็นเว็บ e-commerce หรือมีฟังก์ชันการใช้งานที่ custom มาก ๆ ให้เลือก WordPress ครับ

ถึงตรงนี้แล้วเมื่อคุณเลือกระบบหลังบ้านที่เหมาะสม ก็ควรมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการจัดทำเว็บไซต์ที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะใช้ page speed test การดู website structure ฯลฯ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณสามารถแข่งขันได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่สร้างแล้วก็ยังซื้อขายไม่คล่อง โหลดช้า ใช้งานลำบาก จนลูกค้าถอดใจไปใช้ shopee เหมือนเดิม แบบนี้ก็จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี หากคุณกำลังสงสัยว่าเว็บไซต์ได้มาตรฐานหรือไม่ หรือหากต้องการสร้างเว็บไซต์ใหม่ที่ใช้ได้ดีไปอีกหลายปี สามารถติดต่อทีมงาน Convert Digital ได้วันนี้ เราสามารถสร้างให้คุณได้ทั้ง Wix และ WordPress ตามที่คุณต้องการ

ให้เราช่วยคุณ
Rawin Rojanathara
(Managing Director)

A digital marketing veteran with over 10 years of comprehensive experience across SEO, performance marketing, content creation and business strategy. With an MBA, Design and Hospitality background, Rawin combines business acumen and aesthetic sensibility for maximum results. Away from the office, he can be found perfecting his table tennis skills or indulging his passion for food and travel exploration.

Get Quote Form TH (#6)